บทที่ 3 ห้าล้าน!
อาจจะเพราะอาการป่วยและความคาดหวังอันแรงกล้าว่าอยากจะเห็นหน้าทายาทของเขาก่อนตาย เธอรู้ดีว่าสภาพร่างกายตัวเองไม่สามารถมอบความสุขให้สามีได้ การิมทนเปลี่ยวมานานเธอเห็นใจเขาสมควรจะได้รับการปลดปล่อยอารมณ์กำหนัดที่ไม่ใช่เพียงจัดการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง และการได้เลือกภรรยาให้เขากก่อนตายย่อมดีกว่าตายไปอย่างค้างคา มันเป็นเครื่องยืนยันว่าหากวันที่เธอไม่อยู่แล้วเขาจะได้ไม่เศร้าใจมาก
เธอมั่นใจว่านูรีน คือผู้หญิงที่สามารถแทนที่เธอในฐานะภรรยาได้
“หักค่าของใช้ส่วนตัวและค่าเดินทางแล้ว หนูขอคืนค่าจ้างให้คุณนะคะ”
เสียงเล็กเอ่ยขึ้นมาทำลายความตั้งมั่นในหัว ซูซานหันขวับไปจ้องหน้า
“หมายความว่ายังไง??
เธอจะถอดใจง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะนูรีน” ซูซานโผเข้าประคองหัวไหล่เล็กแคบไว้
“เธอไม่เสียดายเงินห้าล้านจริงๆหรือ?”
“หนูคิดดีแล้วค่ะ” น้ำเสียงตะกุกตะกัก “อีกอย่างคุณการิมเค้ามั่นคงกับคุณมากหนูไม่มีทางแทรกกลางได้หรอกค่ะ”
“ฉันให้อีกสามล้าน”
คราวนี้นูรีนอ้าปากค้าง “คะ? ส..สามล้าน??”
“ใช่ ถ้าเธอตัดสินใจอยู่ต่อฉันให้ทันที และพรุ่งนี้ท่าน ‘อะดะบียะฮฺ’ แม่ของเค้าจะมาช่วยเจรจากับลูกชายให้ รับรองว่าครั้งต่อไปเธอจะไม่ถูกผลักไสแบบนี้ ฉันสัญญานูรีน”
คุณหมอประคองใบหน้ารูปไข่พร้อมเอ่ยร่ายยาวชนิดไม่เว้นช่วงพักหายใจ
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับเสียงอ่อนแต่ความกังวลยังคงอยู่ในแววตากลมสวย
เธอเดินกลับมาในห้องพักสี่เหลี่ยมมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน แต่มีสิ่งเดียวที่เธอขาด
นั่นคือความสุข
“เห้อ”
มือกดสวิตซ์เปิดไฟในห้องก่อนเดินห่อไหล่ตรงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือ มือเรียวข้ามสมุดไดอารี่ที่วางอยู่เอื้อมไปหยิบเอาหนังสือนิยายเล่มหนาขึ้นมากาง ‘วิมานรักเจ้าทะเลทราย’ นิยายโรมานซ์เล่มใหญ่จำนวน600กว่าหน้า เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับราชาผู้มั่นคงในรักเดียวและตอนจบก็สมหวัง
อันที่จริงหนังสือนิยายเล่มนี้เธอได้มาจากห้องพี่ดาวลูกสาวป้าสมพรเมื่อ7ปีก่อน ป้าบอกจะเอาไปชั่งกิโลขายเธอจึงขอไว้ ป้าสมพรทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ต่างประเทศนานๆป้าแกจึงกลับบ้านมาที พอเห็นห้องลูกสาวรกจนทนไม่ไหวจัดการเก็บกวาดครั้งใหญ่โดยมีเธอเป็นลูกมือคอยช่วยและได้เงิน500เป็นค่าตอบแทน แม้จะผ่านมานานเจ็ดปีเธอยังจำได้แม่นว่าเคยดมดอมหอมแบ๊งค์สีม่วงอย่างดีใจ
หนังสือเล่มนี้เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่เธอนำติดตัวข้ามน้ำทะเลมา คุณซูซานเธอบอกว่าไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าหรือของใช้ใดๆติดตัวมาซึ่งเธอก็ทำตามแต่ขอเพียงแค่หนึ่งอย่าง นั่นคือหนังสือเล่มนี้
ครืด
นิ้วเรียวค่อยๆกรีดกรายแผ่นกระดาษเก่าจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอย่างระมัดระวัง อันที่จริงเธอชื่นชอบในเนื้อหาแต่ไม่ได้ถึงขั้นขาดไม่ได้จนต้องนำมาด้วยหรอก
สิ่งที่อยู่ข้างในหนังสือต่างหากล่ะที่สำคัญ
เธอบรรจงหยิบก้านกุหลาบเหี่ยวเฉากับกลีบสีน้ำตาลไหม้แบนๆที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังสือประมาณกลางเล่มขึ้นมาจ้องมอง
กุหลาบแห้งกรังดอกนี้มันเคยสวยงาม กลีบใหญ่สีแดงสดใส เธอตัดก้านเฉียงปักไว้ในแจกันน้ำที่โรยน้ำตาลเอาไว้อย่างดีเพื่อรักษาความสด
แต่ความงามที่ถูกพรากจากต้นย่อมมีวันเหี่ยวเฉา เธอจึงหยิบเอาหนังสือเล่มหนาสุดมาใช้เป็นที่เก็บดอกไม้แห่งความทรงจำดอกนี้
แล้วเหตุการณ์เมื่อเจ็ดปีก่อนก็หลั่งไหลเข้ามามากมาย
“เห้อ”
หญิงสาวจ้องมองได้สักพักใหญ่
แล้วน้ำตาเอ่อท้นออกมา
“ปวดใจจัง”
เธอรีบสลัดศีรษะ ปาดน้ำตา และเก็บดอกกุหลาบไว้ในหนังสือดังเดิมก่อนเดินครางโอดโอยมือลูบบั้นท้ายที่กระทบพื้นตอนนี้มันคงจะช้ำเป็นแน่
“โอยเจ็บชะมัด”
ร่างบางนอนเอามือก่ายหน้าผาก การพยายามยั่วยวน และถูกผลักไส ซ้ำไปวนมาเช่นนี้ เธอจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน?
แต่ถ้าเทียบกับเงินอีกสามล้านแล้วคิดว่าคงมากพอให้เธอข่มตานอนหลับลงได้อีกคืน
“ท่านอุมมูการิมมาแล้วครับ”
บาดาวี ผู้มีหน้าที่อารักขาการิมเดินเข้ามาแจ้งเจ้านายในห้องทำงาน
“ให้ท่านเข้ามาสิ”
ร่างใหญ่ในชุดโต๊ปสีขาวลุกขึ้นยืนรอต้อนรับมารดาซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันนานหลายเดือน มาวันนี้ท่านยังสดใสต่างจากบุตรชายที่ใบหน้าโทรมตอบดวงตาหลุบโรยบ่งบอกถึงสภาพจิตใจโดยไม่ต้องไถ่ถาม
“ลมอะไรหอบมาหรือครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามทว่าสายตาเหลือบมองผู้ติดตามของแม่ซึ่งเป็นบุคคลรับใช้เก่าแกประจำบ้าน แต่ตอนนี้กลับติดสอยห้อยตามมาด้วย
“สายลมแห่งความรัก และห่วงใยยังไงล่ะ” ผู้แม่ตอบขณะทอดกายลงนั่งบนเก้าอี้เบาะนุ่ม
“นานๆจะเห็นป้าออกมาข้างนอกที ไหนๆก็มาแล้ว ช่วยพาหลานป้ากลับบ้านเถอะครับ” การิมโพล่งขึ้นจนผู้แม่ยกมือทาบอกเพราะยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับป้าสมพร เธอต้องการจะบอกหลังจากพูดคุยกับการิมสักสิบนาทีค่อยพาเธอไปหาหลาน
“คะ?”
ป้าสมพรทำหน้าฉงน มองดูแววตาที่การิมจ้องมองมาที่เธอแล้วคงไม่ได้หมายถึงใครอื่น
“หลานป้ารึคะ?”
เขาไม่ตอบ หากแต่เอ่ยเรียกอารักขาหนุ่มพาเธอไปหาหลานสาว
“บาดาวี ช่วยนำทางพาป้าไปเจอหลานสาวเธอที”
“ครับ”
“แกมาขายศักดิ์ศรีแบบนี้ทำไม แกทำเพื่ออะไรนูรีน แล้วคุณการิมเค้าออกจะรังเกียจแกเลยด้วยซ้ำ! ถึงว่าล่ะได้ข่าวว่าแกดร็อปเรียนเอาไว้ ที่แท้ก็มาแบร่างถ่างขาให้ผู้ชายแบบนี้ ใช้ได้ซะที่ไหนกัน!”
เธอโดนป้าสมพรเอ็ดตะโรยกใหญ่ รู้อย่างนี้ไม่น่าบอกป้าว่ามาเป็นนางบำเรอเขาเลย บอกไปว่าเป็นสาวใช้ก็คงสิ้นเรื่อง
“อธิบายป้ามาสิ เอาแต่เงียบแบบนี้ได้ไง”
เธอยังคงนั่งก้มหน้าเงียบ ป้าจึงใจอ่อนและตะล่อมถาม
“เฮ้อ นังนูรีนเอ๊ย ที่บ้านคงกำลังลำบากสินะ แล้วทำไมพ่อเอ็งไม่เห็นบอกป้าเลยสักคำ ป้าช่วยได้นะ อยากได้เท่าไหร่ กี่แสนป้าก็พอให้ได้”
“ห้าล้านค่ะ”
